วันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2556

การใช้เส้นค่าเฉลี่ย หรือ Moving Average

  ยินดีต้อนรับเข้าสู่สังคมการเทรด Forex

การใช้เส้นค่าเฉลี่ย หรือ Moving Average

แนะนำวิธีการใช้เส้นค่าเฉลี่ย หรือ Moving Average
นับ เป็นเครื่องมือสำคัญ เครื่องมือหนึ่งในการวิเคราะห์ทางเทคนิค โดยมีส่วนช่วยในการมองเห็นถึงแนวโน้มการเคลื่อนที่ของราคาหุ้น รวมถึงจุดที่เปลี่ยนแนวโน้ม เพื่อเป็นสัญญาณซื้อขาย รวมถึงแนวรับแนวต้าน ของราคาหุ้นในช่วงเวลาต่างๆ

ซึ่ง กลยุทธ์การลงทุนนั้น จะกำหนดเส้นค่าเฉลี่ย ในจำนวนวันที่แตกต่าง กัน ขึ้นอยู่กับ ระยะเวลาการลงทุนของแต่ละบุคคล หรือรอบการเคลื่อนที่ของหุ้นตัวนั้น ว่าการกำหนดด้วยเส้นค่าเฉลี่ยเท่าใด ที่น่าจะได้ผลตอบแทนสูงที่สุด
โดยเส้นค่าเฉลี่ยที่ใช้กันทั่วไปมีตั้งแต่
  5   วัน   (1 สัปดาห์)  ใช้สำหรับการลงทุนระยะสั้น
10   วัน  (2 สัปดาห์)   ใช้สำหรับการลงทุนระยะสั้น
25   วัน  (ประมาณ1 เดือน) ใช้สำหรับการลงทุนระยะค่อนข้างปานกลาง
75   วัน  (ประมาณ1 ไตรมาส) ใช้สำหรับการลงทุนระยะกลาง
200 วัน  (ประเมาณ 1 ปี)  ใช้สำหรับการลงทุนระยะยาว

ซึ่งจำนวนวันเหล่านี้จะเป็นตัวบอกถึงราคาต้นทุนเฉลี่ยของคนที่ถือหุ้นมาแล้วในช่วงระยะเวลา แตกต่างกันเช่น
ปัจจุบัน ราคาหุ้นยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 25วัน ดังนั้นจึงบอกได้ว่า มีคนที่ถือหุ้นในช่วง 25วันที่ผ่านมา หรือนักลงทุนระยะกลางที่ยอมถือหุ้นนานกว่า 1 เดือน มีต้นทุนต่ำกว่า ราคาปัจจุบัน  ซึ่งนักลงทุนเหล่านี้ ยังมองว่าหุ้นเป็นแนวโน้มขาขึ้นตราบที่ราคาหุ้นยังยืน เหนือเส้นค่าเฉลี่ย 25วัน

ดังนั้นการหาสัญญาณ ซื้อหรือขายหุ้นจากเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่


สัญญาณซื้อ คือ Buy ^

  • เมื่อราคาเคลื่อนขึ้น และทะลุผ่านเส้นค่าเฉลี่ยตามช่วงระยะเวลาต่างๆ เช่น  5วัน, 10 วัน
  • เส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น ตัดขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะยาว
     เรียกว่า (Golden cross)
สัญญาณขายคือ Sell v

  • เมื่อราคาเคลื่อนลงและทะลุผ่านเส้นค่าเฉลี่ยตามฤฤฉช่วงระยะเวลาต่างๆ เช่น  5วัน, 10 วัน
  •  เส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น ตัดลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยระยะยาว
        เรียกว่า (Dead cross)

       ดังในภาพจะเห็นว่า ดัชนี SET index ปรับตัวเหนือเส้นค่าเฉลี่ย  5 วัน (สีเขียว) 10วัน(สีแดง) และ 25วันสีฟ้า นับแต่ต้นเดือนเมษายน หรือ (4/2 จากตารางกราฟ) ซึ่งจะเห็นว่าเกิดแรงขายจากนักลงทุนระยะสั้น บางครั้งเมื่อหุ้นต่ำกว่า เส้นค่าเฉลี่ย 5วัน แต่เมื่อราคาถึงเส้นค่าเฉลี่ย 10วัน หุ้นจะสามารถเด้ง กลับได้หาก นักลงทุนระยะ 10วันยังมองว่า หุ้นยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นอยู่ ดังนั้นเมื่อถึงระดับดังกล่าว จะมีแรงซื้อ ซ้ำเพราะราคาหุ้นยังถูกอยู่กว่าราคาในอนาคต    ส่วน นักลงทุนระยะกลาง เช่น 25วัน จะยังคงถือหุ้น ตราบที่ SET index ไม่หลุด 730 จุด ดังที่เห็นในกราฟเป็นต้น
   ซึ่งตัวอย่างนี้ แสดงให้เห็นว่าบางครั้ง การซื้อขายระยะสั้น ตามสัญญาณ 5 วัน และ 10วันอาจให้ผลตอบแทนน้อยกว่าการถือระยะยาวเป็นรอบ จากการดูเส้นค่าเฉลี่ยที่ยาวขึ้น แต่อย่างไร เส้นค่าเฉลี่ย ไม่มีกำหนดตายตัวว่า ค่าไหนดีที่สุด ขึ้นอยู่กับนิสัยหุ้นตัว นั้น สภาวะตลาดโดยรวม
    ดังนั้นกลยุทธ์การเลือกใช้ขึ้นอยู่กับ ระยะเวลาการถือครองหุ้น ซึ่งจะเป็นตัวเลือกด้วยการใช้เส้นค่าเฉลี่ยจาก จำนวนวันที่ต่างๆกัน แต่ ความแม่นยำ นั้นอาจขึ้นจากนิสัยของหุ้นตัวนั้น หรือ ผู้ที่ลงทุนในหุ้นตัวนั้นส่วนมาก เขาใช้เส้นค่าเฉลี่ยเท่าไหร และแบบใด
    ส่วนจุดอ่อนของการใช้เส้นค่าเฉลี่ย อาจเกิดขึ้นได้ หากหุ้นในช่วงนั้น เป็นลักษณะ Side way หรือแกว่งตัวในกรอบนานๆ อาจจะทำให้เส้นพันไป มา จึงเกิดทั้งสัญญาณหลอก ให้ ซื้อขาย ได้บ่อย  ก็ได้ ดังนั้น เส้นค่าเฉลี่ยนั้นจะเหมาะสำหรับการวิเคราะห์ในช่วงตลาดที่ มี Trend หรือแนวโน้ม
 ประเภทของเส้นค่าเฉลี่ย
ประเภท ของเส้นค่าเฉลี่ย มีด้วยกันหลายแบบ ซึ่ง ผู้ลงทุนอาจจะใช้ราคา เปิด หรือ ราคาปิด ราคาสูงสุด ราคาต่ำสุด หรือ ราคาเฉลี่ย มาเป็นตัวกำหนด สำหรับ การหาค่าเฉลี่ยก็ได้ ซึ่ง ส่วนใหญ่ที่ เราใช้อยู่ทั่วไป จะนำราคาปิดของหุ้นในแต่แท่งเทียน มาเป็นข้อมูลสำหรับการคำนวนค่าเฉลี่ย ดังเช่น

การหาเส้นค่าเฉลี่ย แบบธรรมดา (SMA, Simple Moving Average)
เส้นค่าเฉลี่ยแบบธรรมดา มาจากการหาค่าเฉลี่ยราคาหุ้น ในช่วงเวลาที่กำหนด เป็น N วัน
SMA คำนวณมาจาก
SMAt = 1/N(Pt+..........+Pt-N+1)
โดย P = ราคา
       T = วัน t
       N = จำนวนวันในค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่

 

ส่วนการหาเส้นค่าเฉลี่ย แบบ EMA (Exponential Moving Average)
   นั้นเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการหาค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก โดยการให้ความสำคัญกับค่าตัวหนึ่งที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของราคา และถ่วงน้ำหนักให้ค่าสุดท้ายมีความสำคัญเพิ่มขึ้น

 ซึ่ง วิธีนี้เป็นการพยายามแก้ไขข้อ บกพร่องที่เกิดขึ้นจากวิธี SMA กล่าวคือ EMA นั้น จะถ่วงน้ำหนักโดยให้ความสำคัญกับวันสุดท้ายมากที่สุด และจะเอาค่าทุก ๆ ค่ามาหาค่าเฉลี่ย โดยจะไม่ทิ้งข้อมูลเก่าที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้ค่าทุกค่าสะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของราคา
หลักการคำนวนคือ ขณะ ที่ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ตัวอื่น ๆ ให้ความสำคัญต่อคาบเวลา แต่ EMA จะให้ความสำคัญกับค่าตัวหนึ่งที่เรียกว่า SMOOTHING FACTOR (SF) หรือ SMOOTHING CONSTANT  โดยที่ SF = 2/(n+1) ซึ่งวิธีการสร้าง EMA มีสูตรการคำนวณคือ
 EMA   =   EMAt-1 + SF(Pt - EMAt-1)
 เมื่อ EMAt  คือ  ค่าของ Exponential Moving Average ณ เวลาปัจจุบัน
 EMAt-1   คือ  ค่าของ Exponential Moving Average ณ คาบเวลาก่อนหน้า
 SF  คือ  ค่าของ Smoothing Factor = 2/(n+1)
 Pt  คือ  ราคาปัจจุบัน
 n คือ  จำนวนวัน

*  หมายเหตุ : การคำนวณค่าเฉลี่ยของวันแรก จะใช้ราคาในวันแรกนั้นเป็น EMA
    ซึ่งทั้ง EMA และ SMA นักลงทุนในตลาดส่วนใหญ่ต่างก็จะเลือกใช้แบบใด แบบหนึ่ง จากทั้งสองแบบนี้ เพียงแต่ อาจจะขึ้นอยู่กับวิธีการวิเคราะห์
•     โดยการวิเคราะห์ แบบ SMA นั้นจะเห็นได้การเคลื่อนที่ของเส้นค่าเฉลี่ย มักจะช้ากว่า EMA ซึ่งการหาสัญญาณ ซื้อขายจากการตัดของเส้น EMA จะแม่นยำกว่า

•      ส่วนการวิเคราะห์แนวรับแนวต้านจากเส้นค่าเฉลี่ยนั้น SMA จะดีกว่า เนื่องจากเป็นการคำนวน ฐานต้นทุนของนักลงทุนที่แท้จริง จึงทำให้บ่อยครั้ง เป็นแนวรับแนวต้านที่สำคัญ

•     ส่วนหุ้นบางตัวนั้น อาจจะวิเคราะห์ด้วย EMA ดีกว่า SMA หรือ SMA ดีกว่า EMA นั้นขึ้นอยู่กับ ผู้เล่นหุ้นส่วนใหญ่ของตัวนั้น จะใช้ เส้นอะไร ดู เพราะจากมุมมองที่เหมือนกัน จึง ทำให้เกิดสัญญาณ ที่เหมือนกัน จนเป็น ความแม่นยำที่เกิดขึ้นก็เป็นได้


 

กำไรจากตลาด Forex ทำอย่างไร

กำไรจากตลาด Forex ทำอย่างไร

หลายท่านอาจจะเคยเล่นหุ้น มาบ้าง หลักการทำกำไรหลักๆ ก็จะคล้ายกันที่ว่า ซื้อถูก-ขายแพง(พูดง่ายแต่ทำจริงๆ ไม่ง่ายเลย) ในการซื้อ-ขายหุ้นจะซื้อ-ขายเป็นตัวๆ ไป แต่ในตลาด Forex จะต่างจากหุ้น ตรงที่ เราจะดูกันเป็น “คู่” ซื้อเงินสกุลหนึ่ง ในขณะเดียวกัน ก็ขายเงินอีกสกุลหนึ่งออกไป หรือเป็นการจับคู่แลกเปลี่ยน ซื้อขายค่าสกุลเงิน กำไรก็จะได้มาจากส่วนต่างจากการขายในแต่ละครั้งครับ

ยก ตัวอย่างเช่น EUR/USD คือการเปรียบเทียบระหว่างเงินยูโรของสหภาพยุโรป กับเงินดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินด้านซ้ายเราเรียกว่า base currency โดยเรามักจะเห็นราคา ซื้อ-ขาย แบบข้างล่างครับ

EUR/USD bid= 1.3500 offer= 1.3502


ถ้าเราสั่ง ซื้อ (เรียกว่า Buy หรือ Long) ในตอนที่เราเปิด order (เปิด order BUY) เราจะได้ราคาที่ offer และเมื่อเราสั่งปิด order นี้ เราจะได้ราคาที่ bid ตัวอย่างเช่น ณ เวลาที่เราเข้า Buy คู่ EUR/USD ราคา offer อยู่ที่ 1.3502 ถ้าเราปิด (close) ทันที เราจะ sell คืนไปที่ราคา bid 1.3500 เท่ากับเราขาดทุนทันที 0.0002 หรือ 2 จุด หรือ pip (ทุกครั้งที่เราเปิดการเทรด เราจะติดลบก่อนเสมอ ในความเป็นจริงคงไม่มีใครซื้อแล้วขายเลยแบบนี้)

เราจะทำกำไรด้วยการ buy ที่ราคา offer ซึ่งก็คือซื้อมาถือไว้ เพื่อรออัตราแลกเปลี่ยนที่สูงขึ้น ก็คือรอให้ค่า bid สูงกว่าค่า offer ที่เราเปิด buy ไว้ และเราจะปิด order นี้ โดยการ sell คืน (การสั่ง close order จะเป็นการ sell อัตโนมัติ - ไม่ใช่ให้เราเปิด order sell อีกอัน) ไปในราคาที่สูงกว่า (ถ้า sell คืนในราคาต่ำกว่า เราก็ขาดทุน) เรียกว่า ซื้อถูก ขายแพง

ข้อดีอีกข้อของตลาด Forex คือ เราสามารถเทรดขาลงได้ด้วย

เมื่อ เราสั่ง ขาย (เรียกว่า Sell หรือ Short) ในตอนที่เราเปิด order (เปิด order SELL) เราจะได้ราคาที่ bid และเมื่อเราสั่งปิด order นี้ เราจะได้ราคาที่ offer - การ Sell คือการที่เราสั่งโบรกให้ขายออกไปก่อน เพื่อรออัตราแลกเปลี่ยนตกลงมา และเราจะปิด order นี้ โดยการ Buy คืน (การสั่ง close order จะเป็นการ buy อัตโนมัติครับ - ไม่ใช่ให้เราเปิด order buy อีกอัน) ไปในราคาที่ต่ำกว่า (ถ้า Buy คืนในราคาสูงกว่า เราก็ขาดทุน) เรียกว่า ขายแพง แล้วซื้อถูก

แต่จะเห็นว่า เราดู จุด หรือ pip กันที่ ทศนิยมตำแหน่งที่ 4 (หรือตำแหน่งที่ 2 ในบางคู่) เราลองมาดู EUR/USD กัน

สมมุติ ว่า เราพิจารณาแล้ว เราเห็นว่า EUR น่าจะแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับ USD (คือ EUR จะแลก USD ได้มากขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป) เราจึงทำการเข้า buy โดยที่เราได้ราคา ที่ 1.3502 (จำได้มั๊ยครับว่าเราจะได้ราคา offer นั่นแปลว่าเมื่อเทียบกับ bid เราจะ -2 นี่คืนส่วนของค่าคอมมิทชั่นของโบรกเกอร์ครับ)

เมื่อเวลาผ่านไป ราคาวิ่งขึ้นไป ที่ 1.3552 หรือขึ้นมา 50 จุด แล้วเราเห็นว่าอาจจะไปต่อไม่ไหว จึงปิดทำกำไรที่ จุดนี้ เราจะได้กำไรมา 50 จุด หรือ 50 pips หรือ 0.0050 หน่วยใน base currency ซึ่งในที่นี้คือ 0.0050 USD

น้อยมากใช่ไหมครับ 0.0050 USD = ครึ่งเซ็นต์ หรือประมาณ 17 สตางค์ เท่านั้น นั่นแปลว่าหากเราอยากทำกำไรเยอะๆ เช่น pip ละ $1 (50 pip ก็คือ $50) เราต้องสั่งเทรดถึง $10,000 เลยทีเดียว เป็นเงินที่ไม่น้อยเลย

แล้วเราจะทำอย่างไรล่ะ


เดี๋ยวเรามาดูกันต่อในหัวข้อ Leverage นะครับ ว่าทำไมการมี Leverage ช่วยให้เราทำเงินเยอะ จากการลงทุนที่น้อยกว่าได้อย่างไร

ทุนน้อยแล้วจะลงทุนใน Forex อย่างไร? Leverage คืออะไร
Leverage คืออะไร?

จำ ได้มั๊ยครับว่าจากบทความที่แล้ว จากที่เราสั่งซื้อด้วยเงินเพียง $1 ของเราเอง กำไรมันน้อยนิดมาก ขนาด +50 จุดยังทำเงินได้ 17 สตางค์เอง หากเราอยากทำกำไรเยอะๆ เช่น pip ละ $1 (50 pip ก็คือ $50) เราต้องสั่งเทรดถึง $10,000 เลยทีเดียว มีทุนไม่พอแน่ ทำไงดี ตรงนี้แหล่ะครับที่ Leverage เข้ามามีผล Leverage มีผลกับการ เทรด Forex อย่างไร เรามาดูกัน



Leverage 1:100 แปลว่า เราใช้ทุนของเราเองเพียง 1 เพื่อสั่งซื้อ-ขาย 100 เช่น เราจะสั่งซื้อ EUR มาถือไว้ โดยจะซื้อที่ราคา 1.3502 จำนวน 100 USD (คือได้มา 74.0631 EUR) เราไม่ต้องใช้ 100 USD ครับ เราจะใช้เพียง 1 USD เพื่อแลก 74.0631 EUR มาถือไว้ ซึ่งเมื่อเราขายคืนไปที่ 1.3552 หรือกำไรมา 0.0050 แทนที่เราจะกำไรแค่ นั้น จะกลายเป็นว่าเราจะทำกำไรได้ 0.50 usd แปลว่าเราสามารถทำกำไรได้ 50% จากเงินที่เราลง (เราลงเพียง $1 เพื่อทำกำไร $0.50)

แต่ไม่ต้องห่วงนะครับ ว่าเราจะมีเงินพอรึเปล่า เวลามี Leverage แบบนี้ เพราะเวลาเทรดเราจะสั่งเทรดอย่างมาก ไม่เกิน 40% ของทุน (แต่แนะนำที่ 10% ครับ จะได้มีเหลือไว้แก้ตัว) เช่นถ้าเรามีทุน $100 เราก็สั่งเทรดเพียง $10 หรือ 10% (แต่เวลาสั่ง $10 คือ 1,000 unit นะครับ ที่ Leverage 1:100) 10% ที่ใช้ เราจะเรียกว่า used margin เวลาราคาวิ่งขึ้นหรือลง มันจะมาบวก หรือ ลบ ที่ 90% ที่เหลือ หรือที่เรียกว่า available margin หากเราติดลบไปเรื่อยๆ จน available หมด ระบบจะทำการตัดขาดทุน โดยการปิด order นี้ โดยอัตโนมัติ นั่นคือ โบรกเกอร์จะไม่ยอมขาดทุนแทนเราหรอกครับ

คิดคร่าวๆ คือ เราจะทำกำไร (ขาดทุน) ได้ ประมาณ 1% ต่อ pip จากเงินทุนของเรา (คู่อื่นอาจจะไม่ถึง 1% บางคู่ก็มากกว่า เช่น EUR/GBP ตกประมาณ 2% ครับ)

นั่นหมายความว่า ด้วยทุนเพียง $100 (3,400 บาท) คุณจะสามารถทำกำไรได้ถึงจุดละ $1 (สั่งเทรด 10,000 unit) หากทำได้ 10 จุดต่อวัน ก็วันละ $10 หรือ 340 บาท (โดยประมาณ) หรือวันละ 10%

และด้วยทุนเพียง $1,000 (34,000 บาท) เราจะสามารถทำกำไรได้ถึงจุดละ $10 (สั่งเทรด 100,000 unit) หากทำได้ 10 จุดต่อวัน ก็วันละ $100 หรือ 3,400 บาท

หรืออาจจะเริ่มเพียง $1 (34 บาท) โดยจะได้จุดละประมาณ 1 เซ็นต์

ค่อยๆ สะสมไปก็ได้ครับ เพราะมีแล้วคนที่ปั้น $5 จากทุนฟรีที่ Marketiva (โบรกเกอร์) มีให้ ไปเป็น $1,000 ใน 3 เดือน

ลอง คิดดูเล่นๆู ล่ะกันครับ ถ้าเพียงคุณสามารถทำกำไรได้ 10% ของทุนต่อวัน เพิ่มไปเรื่อยๆ 6 เดือน (120 วันเทรด) จะเป็นเงินเท่าไหร่ จากทุนเพียง $5

เป็น $463,545.34 หรือ 15,765,541.60 บาท ครับ โอ้ววววว พระเจ้าช่วย (ทำได้แค่ 5% ของไอเดียนี้ก็หรูแล้วครับ)

ปกติ EUR/USD จะไม่แรงมาก ทำวันละ 20-30 จุดได้ หากเป็นบางคู่ เช่น GBP/JYP (ทุกวันนี้ผมเล่น GBP/JYP เป็นหลัก เพราะแรง เร้าใจ) ผมเคยทำได้มากสุด +250 จุด เพียงช่วงเวลาที่ผมหลับ (เที่ยงคืน) จนมาถึงเวลาที่ผมตื่น (7 โมงครึ่ง) หรือ 250% ของเงินทุนที่ผมเทรด

ที่ 
(โบรกเกอร์) ให้เราสามารถ up Leverage ได้สูงสุดถึง 1:500 นั่นแปลว่า เราใช้ทุนตัวเองเพียง $200 ในการเทรด 100,000 unit (หรือ 1 lot จะได้จุดละ $10) เองครับ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น Leverage ก็เป็นดาบ 2 คม ที่ทั้งทำให้ รวย-จน ได้ในพริบตา

Leverage และการที่มันวิ่งขึ้นลงทั้งวัน นี่แหล่ะครับ ที่ทำให้ Forex สนุก และเร้าใจ

ถอนเงินกำไรจาก Exness เข้าบัญชีธนาคารในไทย


ยินดีต้อนรับเข้าสู่สังคมการเทรด Forex




วิธีถอนเงินExnessเข้าธนาคารในไทย


วิธีถอนเงินกำไรจาก Exness เข้าบัญชีธนาคารในไทย Withdrawal Funds

How to withdrawal Fund by Online banking payment in Thailand

เข้า>> Exness Website แล้ว Login เข้าระบบ

เข้าที่ menu การถอนเงิน(Withdrawal)

 



เลือกประเภทการดำเนินการ>>การโอนเงินผ่านธนาคารออนไลน์ในประเทศไทย

เลือกธนาคารในไทยที่เราต้องการถอนเงินจากExness ที่Bank Name  ในตัวอย่าง เป็น ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน)

ใส่เลขที่บัญชีธนาคารที่ต้องการให้Exnessโอนเงินเข้า
ใส่จำนวนเงินที่ต้องการถอนหน่วยเป็น USD คลิกปุ่มทำการถอนเงิน

ถ้าชื่อบัญชีไม่ตรงกับชื่อที่เรา เปิดพอร์คลงทุน ระบบก็จะให้เราใส่รหัสผ่านเพื่อทำการยืนยัน รหัสจะถูกส่งไปยัง emailของเรา ดังภาพด้านล่างให้เอารหัสนั้นมาใส่ จากนั้นให้คลิกปุ่ม ยื่นยันการถอนเงิน

ใส่รหัสยืนยันการถอนเงินExness
ระบบการถอนเงินexness ก็จะแสดงหน้าจอ และสถานะการถอนเงิน

เมื่อไม่มีการยกเลิกการถอนเงิน ไม่นานเมื่อเงินเข้าบัญชีธนาคาร สถานะก็จเปลี่ยนเป็น ยอมรับแล้ว

SMS แจ้งเตือนเงินเข้าบัญชี

Exness Automatic Withdrawal
ระบบเบิกเงินอัตโนมัติง่ายสะดวก รวดเร็ว กดถอนเงินไม่กี่นาทีเงินเข้าบัญชีเราทันที

วิธีการฝากเงิน ผ่าน SCB (แบงค์ไทยพานิชย์)

**ข่าวดี!!  Exness สามารถฝาก-ถอนเงิน ผ่านแบงค์ Online ในประเทศได้แล้ว
ทาง Admin ขอยกตัวอย่างวิธีการฝากเงิน ผ่านแบงค์ออนไลน์
โดยท่านต้องมีบัญชีออนไลน์ (ขอแนะนำ ไทยพานิชย์ และ กรุงไทย)
ถ้ายังไม่มีก็ไปขอทำการเปิดที่สาขาที่ท่านเปิดบัญชีธนาคารไว้ก่อนหน้านี้ค่ะ
วิธีการฝากเงิน
ผ่านแบงค์ Online ในประเทศไทย Ex. ผ่าน SCB (แบงค์ไทยพานิชย์)
Log in เข้าระบบ

ไปที่เมนู เพิ่มเงิน ใส่จำนวนเงิน หน่วยเป็น บาท
แล้วเลือกประเภท เป็นการชำระเงินผ่านธนาคารออนไลน์ในประเทศไทย 
แล้วคลิ๊ก "ทำการฝากเงิน"

มาที่หน้าต่างนี้ คลิ๊กเมนู " ยืนยันการชำระเงิน"

จากนั้นมาหน้า การชำระเงินผ่านแบงค์ออนไลน์ ..เจ้าของเวป พ่วงกับ บัญชี ออนไลน์ ของ SCB
บรรทัดแรก ใส่หมายเลข บัตรประชาชน เพิ่มเข้าไป บรรทัดอื่นๆ มีอยู่แล้ว ไม่ต้องใส่เพิ่มเข้าไป
แล้วคลิ๊กปุ่ม "ยอมรับและดำเนินการต่อ"

ขึ้นหน้านี้มาเพื่อให้เราตรวจสอบข้อมูลว่าถูกต้องไหม..ถ้าถูกต้องคลิ๊กปุ่ม "ดำเนินการต่อ"

ระบบกำลังดำเนินการ "กรุณาอย่าคลิ๊ก Back หรือ Refresh"

มาหน้า login บัญชี SCB Online ให้ใส่ user และ password ของ SCB ของเราแล้วกดปุ่ม Sumbit

** จะขึ้นหน้าต่างประมวลผลข้อมูล ห้ามปิดหน้าจอเด็ดขาด

ถ้าสมัคร Deposit ผ่าน Online Bank thailand ครั้งแรก
จะต้องยืนยันตัวตนก่อน ..เมื่อขึ้นหน้านี้มาก็คลิ๊กปุ่ม OK 
แล้วจะมี SMS  OTP จาก scb ส่งมา ...
ให้เอาตัวเลขตรงนั้นมาใส่ ในช่อง your OTP.... แล้วคลิ๊กปุ่ม OK


ก็จะขึ้นหน้า ว่า ลงทะเบียนเสร็จเรียบร้อย แล้ว ก็กดปุ่ม OK
ขึ้นหน้านี้เพื่อแสดงให้เราทราบว่า เราทำรายการชำระเงิน 500 บาท  .. ก็ กดปุ่ม  SUBMIT
หน้านี้ ให้กดปุ่ม  PAY
รอเวปประมวลผลการทำงาน (ห้าม กดปิดเด็ดขาด)
ทำรายการเสร็จแล้ว ให้กดปุ่ม "กลับไปที่ร้านค้า"

พอมาหน้านี้จะรอให้มันกลับไปเวป EXness เอง หรือ กดปุ่มสิ้นสุดทำรายการก็ได้ค่ะ

ก็จะกลับมาหน้าเวป Exness บัญชีเรา  จะขึ้นคำว่า Payment successfully completed. 
(ทำการ deposit หรือเพิ่มเงินในบัญชี เสร็จสิ้นค่ะ)

ลองคลิ๊กเมนู main หรือ หลัก  ก็จะเห็นยอดเงินเรามีในบัญชี 16.48 Usd
(เพราะ เราเอาเงินเพิ่มเข้าไป 500บาท ..คิดตามเรทค่าเงินบาทปัจจุบัน)

ฝากเงินลงทุนExnessผ่าน7-11




ฝากเงินลงทุนExnessผ่าน7-11

วิธีฝากเงินลงทุนกับEXNESS ผ่านเซเว่นอีเลฟเว่นCounter Service1.ล็อก อิน เข้า  exness  เลือกaAdd funds โอนขั้นต่ำ350บาท หรือแล้วแต่ค่าเงินขณะนั้น ทั้งนี้และทั้งนั้นคำนวณออกมาแล้วต้องไม่ต่ำกว่า10$ เช่น ถ้าค่าเงินบาทตอนนี้เท่ากับ30บาทต่อ1$ ยอดโอนขั้นต่ำก็อยู่ประมาณ330บาทถ้วน(เพราะต้องเพื่อค่าธรรมเนียมของทาง โบรกเกอร์ด้วย) ทางโบรกเกอร์อนุญาติให้โอนเงินเข้าบัญชีซื้อขายเท่าไรก็ได้ไม่จำกัดยอดเงิน ในบัญชีซื้อขายหุ้นของท่าน(เงินในบัญชีนี้สามารถถอนออกได้ตลอดเวลาตามความ ต้องการของท่าน เงินในบัญชีนี้คือเงินของท่านไม่ใช่เงินของทางโบรกเกอร์)2.ระบบจะเปลี่ยนเงินของท่านเป็นเงินดอลล่า



3.ตรวจสอบความถูกต้อง

4.ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปไว้แล้วนำไปให้พนักงานคิดเงินที่711หรือโลตัส คลิ๊กdoneไปเรื่อยๆจนกว่าจะกลับสู่หน้าของโบรกเกอร์Exness

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ซื้อง่ายขายคล่อง เล่นหุ้นกับโบรกเกอร์EXNESSสะดวกสบาย
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

การยืนยันตัวตน บัญชี Exness

ยินดีต้อนรับเข้าสู่สังคมการเทรด Forex
การยืนยันตัวตน บัญชี Exness 
เมื่อสมัครสมาชิกเสร็จสมบูรณ์แล้ว สามารถ ดาวโหลด โปรแกรม MT4 มาใช้งาน
และ ใช้ ID ที่เวป ส่งให้ทาง E-mail กับ password เข้า Login ใช้งาน เทรด ได้เลย
โดยเราจะทำการเพิ่มเงินในบัญชีก่อน ตามวิธีการ เอาเงินเข้าบัญชีเทรด ผ่านแบงค์ออนไลน์ประเทศไทย
ตามลิ้งค์นี้ >> http://www.noknoi.tht.in/Exness_thailand.html
โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน เพิ่มเติมก็สามารถ ใช้งานได้สมบูรณ์ สามารถ ฝากเงิน ถอนเงิน ได้ตามปกติ ไม่มีปัญหาใดๆ 

**แต่ทาง Admin ขอแนะนำเพื่อความปลอดภัยเราควรจะยืนยันตัวตนเพิ่มเติม มีเอกสารดังต่อไปนี้คือ

1. แสกนบัตรประชาชน หรือ passport แล้วแนบไฟล์ส่งไปตาม ตัวอย่างข้างล่างนี้ค่ะ
Login เข้า เวป exness แล้วตรงหน้าแรก เลื่อนลงมาล่างสุดจะเจอ เมนู การตรวจยืนยันข้อมูลลูกค้า
ตรง Id ส่วนบุคคล  คลิ๊กคำว่า "ตรวจยืนยัน"

คลิ๊กเลือกไฟล์ ดังรูป

ทำการแนบไฟล์ที่เราแสกนเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ ดังรูป

แล้วคลิ๊ก "ส่ง"

เสร็จสิ้นการแนบ Id ส่วนบุคคล รอระบบตรวจสอบข้อมูลค่ะ

2. การยืนยันที่อยู่ส่วนบุคคล (บิลค่าน้ำ ค่าไฟที่มีที่อยู่ตรงกับบัตรประชาชนของคุณตามที่คุณกรอกรายละเอียดในการสมัครสมาชิกครั้งแรก)
** ถ้าไม่มีบิล (เพราะอาจจะมีที่อยู่ไม่ตรงกับบัตรประชาชน) ให้ท่านไปซื้อของแล้วขอใบกำกับภาษีจากทางร้าน
โดยให้ออกชื่อ และที่อยู่ให้ตรงกับบัตรประชาชน และเป็นภาษาอังกฤษ
** วิธีที่ง่ายที่สุด และ Admin ทำบ่อยมากคือ เขียนชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรฯ เป็นภาษาอังกฤษ
ใส่กระดาษโน๊ต แล้วไปซื้อของเซเว่น ซัก 1-2 ชิ้น
บอกเจ้าหน้าที่ว่า พี่ขอใบกำกับภาษีด้วยค่ะ
แล้วก็นำใบกำกับภาษีนั้น มาแสกน หรือถ่ายรูปเป็นไฟล์ jpg.
ต่อไปทำการแนบไฟล์ส่งไปตามเมนูและวิธีการข้างล่างนี้ค่ะ

**นี่คือ ตย. ใบกำกับภาษีที่ขอมาจากเซเว่นค่ะ

ตรงเมนู "ที่อยู่ส่วนบุคคล" คลิ๊กคำว่า ตรวจสอบ

แแล้วแนบไฟล์ โดยกด ตรงเลือกไฟล์ เสร็จแล้วคลิ๊ก "ส่ง"

เสร็จสิ้นกระบวนการยืนยันตัวตนค่ะ

จากนั้นรอ ประมาณ 1-2 วัน Login เข้าไปดูตรงหน้าแรกใหม่จะเห็นว่า
เราได้ทำการยืนยันตัว สมบูรณ์ ทุกกรณีแล้ว ดังรูปค่ะ